[SF] ❝ SWEET INCIDENT.[2/2] - YUNJAE,,

posted on 27 May 2012 23:12 by p-heroz  in Sweet-series

 

title : SWEET INCIDENT
Pairing : YUNJAE 
Author : ONE SHOT , Romantic

 


ปูชอบเพลงนี้เลยเอามาแต่งฟิคเรื่องนี้แหละ
☞I Don't Want To Miss A Thing

 

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่ลิ้งนี้ค่ะ 

 

 

 

 

 

 

-

 

 

Sweet incident.

 


 

ผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศแบบนี้อีกครั้ง...

 

ตรงหน้าผมเป็นท้องฟ้าที่มืดสนิท ผมนั่งอยู่บนรถ และทำได้แค่สูบบุหรี่ฆ่าเวลา ระหว่างที่ส่งสายตามองไปยังบ้านคุณ...

เป็นบ้านหลังเดิมที่ผมเดินเข้าไป ยกปืนขึ้นมาจะยิงคุณ แล้วก็กลับออกมาแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

 

การ์ดตัวโตๆแต่ท่าทางไร้สมองสองคนที่เอาแต่นั่งคุยกันนั้นบ่งบอกว่าคุณอาจจะอยู่ที่นี่  ผมได้แต่นั่งรอ

จนกระทั่ง  2 ชั่วโมงก่อน ผมถึงได้เห็นคุณออกมายืนบิดขี้เกียจรับลมอยู่ที่ระเบียง

 

สีหน้าคุณไม่ดีเลย

คุณครับ ผมเป็นห่วง...

 

เที่ยงคืนเป็นเวลาที่ผมรอคอย...และมันมาถึงแล้ว

ตอนนี้ทุกอย่างเงียบสนิท การ์ดร่างยักษ์นั่นท่าทางแย่ลงทุกทีๆ ตั้งแต่ซดเบียร์เข้าไปเป็นกระป๋องที่ 3

ถ้าคุณพ่อคุณจ้างคนพวกนี้มาด้วยราคาค่าตัวที่สูงมากล่ะก็ ผมต้องเสียดายเงินแทนจริงๆ

 

ผมเดินเข้าไปใกล้พวกมัน และเคลื่อนไหวทุกอย่างโดยไม่ก่อให้เกิดเสียง... นั่นทำให้พวกมันมารู้ตัวว่ามีคนเข้ามาใกล้ ตอนที่ผมเข้าไปประชิดตัวแล้ว

แทนคำทักทาย - ผมฝากสันกระบอกปืนเข้าไปตรงกับขมับของคนที่ยืนอยู่ทางด้านขวาพอดี และอีกคนได้ฝ่าเท้าผมไปเป็นรางวัล

เจ้าคนที่โดนเตะทำท่าจะลุกกลับ แต่ก็โดนผมย้ำไปอีกครั้ง ส่วนคนที่โดนปืนร่วงลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นกับรอยเลือดจางๆที่ขมับ โดยไม่มีท่าทีว่าจะสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงภายในนาทีสองนาทีนี้อย่างแน่นอน

 

ผมเดินเข้าไปในบ้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าหน้าห้องคุณจะมีใครอยู่อีกรึเปล่า ก็เลยตัดสินใจปีนหน้าต่าง แล้วโหนตัวขึ้นไปยังระเบียง

 

คุณก็ไม่ได้ปิดประตูระเบียงเอาไว้ ....ผ้าม่านสีครีมที่พริ้วออกมาเพราะแรงลมบอกผมแบบนั้น...

 

ผมเดินเข้าไปในห้อง พยายามรักษาฝีเท้าให้เงียบที่สุด และไปหยุดข้างๆเตียงที่คุณนอนอยู่...

 

ในที่สุดก็ได้เจอคุณซักที...

 

“คุณครับ...”

 

ผมเรียกคุณ พยายามปลุกคุณให้ตื่น และทันทีที่คุณลืมตาขึ้นมา ผมก็ต้องรีบเอามือตะครุบปิดปากคุณไว้ก่อน

หวังว่าคุณจะไม่ส่งเสียงดังจนพวกที่อาจจะอยู่ข้างนอกนั่นเปิดเข้ามาแล้วเจอผมอยู่ในนี้...

 

ตอนนี้ เหนือมือของผมที่กำลังปิดปากอยู่ขึ้นไป ผมเห็นดวงตาคู่โต

คุณเป็นคนตาโตอยู่แล้ว พอยิ่งตกใจ ตาก็ยิ่งโตเข้าไปใหญ่

ผมเกือบหลุดหัวเราะ  และจะบอกอะไรให้ ตอนนี้หน้าตาคุณดูตลกมาก...

ผมยกมือขึ้นมาอีกข้าง และจรดนิ้วชี้ลงไปบนริมฝีปากตัวเองเป็นสัญญาณที่ทุกคนรู้ว่ากันมันแทนคำพูดว่า -ห้ามส่งเสียงนะครับ-  พอคุณพยักหน้ารับ ผมก็คลายมือที่ปิดปากคุณเอาไว้ออก...

 

คุณโผเข้ามากอดผมทันทีที่เป็นอิสระ และหลังจากนั้นสิ่งที่ผมรับรู้ก็คือ ... คุณกำลังร้องไห้

คุณสะอึกสะอื้นไม่หยุด และกอดผมอยู่นานมาก จนกระทั่งผมกระซิบบอกคุณไป

 

“ผมจะพาคุณหนีไปนะ คุณรู้ไหมว่าหน้าห้องคุณมีพวกการ์ดอยู่อีกรึเปล่า”

 

ได้ยินอย่างนั้นคุณก็เงยหน้าขึ้นมามองผม คุณยังร้องไห้อยู่ เหมือนเด็กเลยครับ...

 

“ฮึก...ไม่รู้...”

 

“งั้นผมออกไปดูก่อน คุณอยู่ข้างในนะ”

 

แต่ทว่าทันทีที่ผมเลื่อนมือไปจับกระชับกับด้ามปืนที่อยู่ในกางเกง คุณก็เอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้

 

“ไม่เอา ไปด้วยกัน”

 

ผมขัดใจคุณไม่ได้ – ผมรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตาคุณแล้วด้วยซ้ำไป...

 

คุณเดินกลับไปที่เตียง เอาผ้าห่มคลุมทับหมอนและหมอนข้างเอาไว้แล้วจัดให้มันดูนูนขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังนอนอยู่ในนั้น

 

ผมเดาเอาว่าคุณอาจจะเห็นมาจากในนิยาย แล้วทำตาม ก่อนคุณจะเดินกลับมาแล้วจับมือผมเอาไว้อีกครั้ง

 

เราเดินออกมาด้วยกัน ผมกุมมือคุณไว้แล้วเดินลงบันได้มายังชั้นล่างเงียบๆ เหมือนกับว่าในบ้านจะไม่มีใครสักคน เราเดินเลยประตูออกมา ก่อนจะเห็นว่าพวกมันทั้งหมดไปมุงกันอยู่ที่เจ้าตัวใหญ่ไร้สมองสองคนที่ถูกผมซัดจนหลับไป

 

“คุณครับ วิ่ง!”

 

ทันทีที่ผมออกวิ่ง ผมก็กุมกระชับมือคุณไว้แน่นมาก  ผมต้องมั่นใจว่าในทุกๆก้าวที่ผมวิ่งออกไป มีคุณตามติดมาด้วยเสมอ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณคลาดสายตาจนมีใครมาพาคุณไปไกลจากผมอีกแล้ว

 

แล้วเราก็มาหยุดที่ซีดานคันเล็กเหมือนเดิม

 

เราเข้ามานั่งในรถ แล้วคุณก็โผมากอดผมทีนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับอีกครั้ง

 

“คนของคุณพ่อ...บอกว่านายตายไปแล้ว”

 

พูดจบคุณก็ผละออกมา ดวงตาของคุณมองสำรวจไปทั่วใบหน้าผม...ในแววตาคู่นั้นมีกระแสเว้าวอน และทันทีที่คุณกระพริบตา ผมก็เห็นหยาดน้ำใสๆไหลผ่านเปลือกตามาจนถึงผิวแก้มของคุณ  

 

คุณเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวมาก เท่าที่ผมรู้ มันเป็นบุคลิกที่ตรงข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกของคุณ

และ ผมไม่อยากให้คุณร้องไห้แบบนี้เลย...

 

ผมรู้สึกเหมือนมีแรงแม่เหล็กดึงดูดเบาๆระหว่างเราสองคน นั่นทำให้ผมขยับเข้าไปใกล้ สัมผัสลงไปบนริมฝีปากที่ยังสั่นระริกจากการร้องไห้

 

 

 

ระหว่างที่เราจูบกัน

ผมแทบจะคลั่งตายตอนที่คุณค่อยๆเผยอริมฝีปากออกและจูบกลับมา ปลายจมูกของผมฝังลงไปในผิวแก้มคุณ และนั่นทำให้ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกลิ่นของสบู่เด็กปนกับกลิ่นหวานๆของดอกไม้...มันเป็นกลิ่นกายเฉพาะในแบบของคุณ....


ระหว่างที่ริมปากของเราสัมผัสกัน  เหมือนชีพจรของผมกำลังเต้นอ่อนลง...อ่อนลง... แล้วอยู่ดีๆก็เปลี่ยนมาเต้นแรงทันทีที่คุณยกแขนขึ้นมากอดคล้องเอาไว้ที่ไหล่ผม ผมกอดกระชับคุณกลับไปตรงช่วงเอว


มันเหมือนจะมีช่วงเวลาอันยาวนานไม่มีวันสิ้นสุดเกิดขึ้นตรงนี้ นาฬิกาชีวิตของเราหยุดหมุน ... และกลับมาเดินใหม่อีกครั้งทันทีที่เราผละออกจากกัน

 

คุณยิ้ม ดูขวยเขินเอามากๆ แก้มคุณแดงระเรื่อเพราะความอาย และจมูกก็แดงแป๊ดเพราะคุณร้องไห้เยอะมาก น่ารักไปใหญ่ตอนคุณยกมือขึ้นเช็ดแก้มแรงๆ

 

“พรุ่งนี้ฉันจะไปหาคุณพ่อ ต้องคุยกับคุณพ่อให้รู้เรื่อง ทั้งเรื่องของฉัน และเรื่องของยัยโซระนั่นด้วย!”

 

“ครับ...” คนเข้มแข็งคนเดิมของผมกลับมาแล้ว

 

“แต่คืนนี้ ช่วยฉันหาที่นอนฟรีๆที่ไม่ใช่เบาะหลังรถเก๋งคันนี้ให้สักคืนได้ไหม” พูดจบคุณก็หัวเราะซะน่ารัก จนผมต้องยิ้มตาม

 

“ได้สิครับ มีบ้านผู้ชายคนนึง เขาพาใครก็ไม่รู้หนีไปอยู่ต่างจังหวัดมาตั้งหลายวัน ตอนนี้ท่าทางที่บ้านจะไม่มีใครอยู่ บ้านเล็กไปหน่อยนะครับ คุณอยู่ได้ใช่ไหม?”

 

“ฉันอยู่ได้ทุกที่แหละยกเว้นที่ๆมีการ์ดหน้าตาเหมือนหมาบูลด๊อกเฝ้าอยู่หน้าประตู”

 

แล้วคุณก็หัวเราะกับคำพูดของตัวเองอีกครั้ง

 

 

,

 

 

มันเหมือนกับว่าเราย้อนกลับไปในวันแรกที่เราเจอกัน

หมายถึงวันที่ผมได้เจอคุณ และ คุณก็ได้เจอผม...

 

คุณเดินสำรวจไปรอบๆบ้านผม เหมือนที่ทำตอนอยู่ต่างจังหวัด จนกระทั่งคุณพอใจแล้วนั้นแหละ คุณถึงได้กลับมานั่งลงบนโซฟาเก่าๆหน้าโทรทัศน์ คุณเดินไปหยิบดีวีดีที่เพื่อนผมเอามาทิ้งเอาไว้ให้ผมดู และใส่มันเข้าไปในเครื่องเล่น

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมสังเกตเห็นว่าบ้านตัวเองมีแผ่นดีวีดีวางอยู่หลายแผ่นมาก อาจจะเป็นซังฮยอค คือใครสักคนในกลุ่มนั้นที่เอามาวางทิ้งเอาไว้

 

คุณนั่งดู อมาเกดดอน  ไปเงียบๆ แล้วหันมามองผม ตอนที่ผมเดินมานั่งลงข้างๆ กับถ้วยกาแฟร้อนๆในมือ

 

“กินกาแฟตอนกลางคืนเนี่ยนะ?”

 

คุณถาม แล้วมองกาแฟซองราคาถูกๆที่ผมละลายน้ำเป็นสีน้ำตาลข้นในถ้วย ก่อนจะดึงสายตากลับมามองหน้าผม

 

“ไม่รู้สิครับ พอกลับมาอยู่ที่นี่สัญชาติญาณมันก็บอกว่าพอค่ำแล้วต้องกินกาแฟ”

 

คุณได้ยินแล้วย่นจมูก ก่อนจะเลื่อนมาดึงแก้วกาแฟไปจากมือผม

 

“แช่ตู้เย็นไว้เถอะ กินกาแฟดึกๆเดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอก”

 

“...”

 

“มีโกโก้มั้ย ฉันจะชงให้”

 

ผมเถียงคุณไม่ได้... ขัดใจคุณไม่ได้ อยู่แล้ว ผมเลยได้แต่มองตาถ้วยกาแฟของตนเองที่ถูกเอาไปวางไว้ในตู้เย็นซะอย่างนั้น

 

คุณไปหยุดหน้ากาน้ำร้อน เขย่งปลายเท้าขึ้นตอนที่พยายามหากระป๋องโกโก้ในตู้ด้านบน ทันทีที่ได้สิ่งที่คุณต้องการ คุณก็เปลี่ยนมายืนพักขาอยู่ที่เดิม ชงกาแฟไปพลางฮัมเพลงสากลที่ผมไม่รู้จักไปพลาง

 

ผมมองภาพตรงหน้าแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...

ผมอยากเห็นภาพนี้ทุกวัน อยากเห็นคุณชงกาแฟให้ผมในทุกๆเช้า และเปลี่ยนมาเป็นโกโก้ในทุกๆคืน

 

และนอกจากนี้ผมยังรู้อีกว่า ว่าสุดท้ายผมก็ได้แต่ฝัน...

 

ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างคลี่คลาย ฟ้าจะสว่าง คุณก็คงจะตื่น

ความฝันยาวนานครั้งนี้คงจบลง...  แล้วคุณก็จะกลับไปอยู่ในโลกใบเดิมของคุณ

 

นักฆ่า ยังไงก็เป็นนักฆ่า

ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นเจ้าชายที่คอยปกป้องเจ้าหญิงจากแม่มดร้าย...แล้วอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

 

 

ถึงแม้พรุ่งนี้ท้องฟ้าของผมจะยังไม่สว่าง แต่ความจริงก็คงจะฟาดหน้าตีผมให้ผมตื่นจากฝันอยู่ดี

 

“นี่....โกโก้ร้อน กินแล้วจะนอนหลับสนิทรู้ไหม?”

 

 

ขอบคุณครับ...

ผมกำลังอยากหลับไปนานๆ จนไม่ต้องตื่นจากฝันดีครั้งนี้อยู่พอดี...

 

 

 

,

 

 

 

เช้าวันต่อมาคุณเป็นคนขับรถและพาผมไปตามถนนที่แสนวุ่นวายในช่วง แปดโมงเช้าของกรุงโซล

คุณขับรถเร็วมาก ข้อนี้ผมเพิ่งรู้...

 

แล้วเราก็มาหยุดลงตรงหน้าประตูรั้วที่ใหญ่มาก ที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลคิม ผมพอรู้มาบ้างจากข้อมูลที่ได้มาตอนรับงานฆ่าคุณ...

 

ยามหน้าประตูที่มีท่าทีขึงขังเดินมายังรถเราในตอนแรกดูอ่อนน้อมลงไปทันทีที่เห็นว่าใครนั่งอยู่ในรถ

 

“ฉันต้องการพบคุณพ่อ คุณพ่อยังไม่ออกไปใช่ไหม?”

 

“ครับ...”

 

ท่าทางของคุณตอนเอ่ยถามยามคนนั่นอย่างเย่อหยิ่งทำให้คุณดูแทบจะเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่กับผมเลย

 

ผมจับตามองอีกด้านมุมหนึ่งของคุณไปเงียบๆ จนกระทั่งคุณมาหยุดรถลงที่หน้าประตูบ้าน เดินลงมา และให้คนเอารถซีดานเก่าๆของผมไปจอดเทียบอยู่กับมาเซอราติราคาแพง ไมได้กลัวเลยว่ารถผมจะอายที่หล่อสู้เจ้ามาเซอราติสีดำมันเป็นประกายคันนั้นไมได้

 

คุณเดินเข้าไปในบ้านและหยุดลงตรงหน้าชายร่างสูงใหญ่ใส่แว่นดำพร้อมหูฟังที่เห็นกันได้เสมอๆในหนังจำพวก FBI ปราบคนร้าย ในขณะที่ทุกคนมองตามคุณเป็นตาเดียว คุณก็พูดออกมาอีก

 

“ ฉันมาพบคุณพ่อ...รู้แล้วก็ช่วยไปเรียนคุณพ่อให้ฉันด้วย”

 

ด้วยท่าทีหยิ่งยโสกับน้ำเสียงเรียบๆของคุณบอกให้ผมรู้ คนที่อยู่ตรงหน้าผมคือนายน้อยตระกูลคิมอย่างแท้จริง

แทบจะไม่เหมือนกันเลยกับ คิมแจจุงที่ผมรู้จัก

 

นาทีนี้ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมคุณถึงไม่อยากอยู่ที่นี้อีกต่อไป...

 

แล้วผมก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมา ข้างกายเขาเป็นหญิงสาวที่ผมจำหน้าได้แม่นยำ เธอคือ ลีโซระ 

 

แววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกของเธอมองมายังผม แต่ผมกลับสนใจผู้หญิงสองสามคนที่เดินมาสมทบมาจากด้านในของบ้านมากกว่า หนึ่งในนั้นคือ อิมจินอา ถัดไปคือ พัคกาฮี และ รีเบคก้า คิม ผมรู้จักพวกเธอทั้ง 3 คนเป็นอย่างดี....เพราะเราทำอาชีพเดียวกัน...

ประเด็นสำคัญคือ ผมไม่รู้ว่าเธออยู่ฝ่ายไหน...

ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจ้างนักฆ่าชั้นแนวหน้าให้มาปลอมตัวเป็นเลขาท่าทางสวยๆมั่นๆ ที่ดูแล้วน่าจะมีความสามารถในการยิงปืนอยู่แค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้น 

ไม่เลย...พวกเธอฆ่าคนได้ และไม่ลังเลซักนิดที่จะทำมัน

 

“คุณพ่อ...แจจุงว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน เยอะมากครับ”

 

คนฟังพยักหน้ารับเบาๆ สีหน้าเขาไม่สื่ออารมณ์อะไรทั้งนั้น คาดเดายากเหลือเกิน... นายใหญ่แห่งตระกูลคิม

 

แล้วก็มีเสียงตอบรับเรียบๆกลับมา “พูดสิ”

 

นั่นหมายถึงพวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินเข้าไปในห้องไหนสักห้องที่มีเป็นสิบๆในบ้านหลังนี้เพื่อคุยอะไรเป็นส่วนตัว

 

“อันดับแรก คุณพ่อเข้าใจผิด แจจุงไมได้ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่หรืออะไรทั้งสิ้น แจจุงก็แค่......ไปเที่ยวกับเพื่อน”

 

“...”

 

“แล้วมันก็หมดสนุกทันทีที่คุณพ่อให้คนไปจับตัวแจจุงกลับมาที่นี่แล้วขังเอาไว้ในบ้าน โดยไม่แม้แต่จะโผล่หน้าไปดูซักครั้ง!”

 

“แต่เพื่อนแจจุงนี่ ดูจะแปลกๆอยู่นะคะ จากประวัติที่คุณพ่อให้พี่ไปสืบมาแล้ว ดูเหมือนอาชีพของเขาจะมีอะไรผิดปกตินิดหน่อย พี่เป็นห่วงแจจุงนะ”

 

เป็นลีโซระที่พูดขึ้นมาบ้าง...

ผู้หญิงคนนี้น่ารังเกียจมาก เธอทำให้คุณฉุนขาดจนแทบจะพุ่งไปซัดกับเธอซักยกให้ได้

 

“เพื่อนแจจุงเป็นนักฆ่า เขารับงานจ้างฆ่าแจจุง แต่เราก็เป็นเพื่อนกันไปแล้ว มันอาจจะประหลาดๆซะหน่อย แต่มันจะสนุกกว่านี้แน่ๆ ถ้าเกิดพูดให้ยาวไปถึงเรื่องที่ว่าใครจ้างเขามา....”

 

“พอๆๆ แจจุง!! บอกมาเดี๋ยวนี้เลย! ว่าจริงๆแล้วอยากจะพูดอะไรกันแน่!”

 

"ก็ได้!"

 

"...."

 

“ข้อแรกคุณพ่อเข้าใจผิด แจจุงปลอดภัยดี กำลังเที่ยวอยู่กับเพื่อน ข้อสองแจจุงอยากให้คุณพ่อปล่อยแจจุงไป แจจุงไม่อยากได้บริษัท ไม่อยากเป็นคนมีหน้ามีตาอะไรเลย แจจุงแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ ให้แจจุงได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเถอะนะ...”

 

“แค่นี้...” ผมเห็นแววอาลัยในดวงตาของผู้ชายคนนั้น เขาพยักหน้ารับ ก่อนที่ ลีโซระจะพูดออกมาอีก

 

“แต่นี่ยังไม่เคลียร์นะคะคุณ เรื่องเงินนั่นอีก มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังแจจุงนี่เป็นคนเอาไปนะคะ แจจุงอาจจะคบเพื่อนผิดก็ได้”

 

เพราะแบบนั้นคุณถึงหันหน้าไปมองเธอทันที ผมยกมือขึ้นจับต้นแขนคุณเอาไว้ตามที่ความรู้สึกบอก

ดูท่าทางคุณจะร้ายมากนะครับ ในเวลาที่ต้องร้ายกับใครสักคน

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายุนโฮจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียกค่าไถ่ปัญญาอ่อนอะไรนั่น ในเมื่อก่อนหน้านี้เราก็อยู่ไกลจากโซลมาก และอยู่ด้วยกันตลอดเวลา!”

 

“....”

 

“เธอมันชักจะมากไปแล้วลีโซระ ฉันว่าจะไม่ยุ่งกับเธอแล้วจริงๆ แต่เธอก็กวนอารมณ์ฉันสุดๆไปเลย! จะให้พูดใช่ไหม จะให้ฉันนับไหมว่าเธอจ้างไอ้พวกนักฆ่าห่วยๆกับมือปืนปัญญาอ่อนนั้นมาฆ่าฉันกี่คนแล้ว เกลียดฉันจริงๆสินะ อยากให้ฉันตายเหลือเกินอยู่แล้วนี่!!”

 

“แจจุง!!”  เป็นนายใหญ่ที่ตวาดขึ้นมาจนคุณเงียบเสียง ส่วนผู้หญิงคนนั้นทำแค่ขยับตัวไปกอดต้นแขนของพ่อคุณเอาไว้แน่นๆ เธอกำลังจะร้องไห้ และน้ำตาหยดแรกของเธอสั่งให้คุณพูดต่อ

 

“ยุนโฮก็ด้วย อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย ฉันรู้ว่าใครจ้างเขามา! ขอโทษนะที่เราไม่จบแบบที่เธอคิด เธอนี่มัน...”

 

คุณไม่ทันพูดจนจบประโยคด้วยซ้ำ สัญชาตญาณของผมก็บอกให้ผมคว้าตัวคุณไว้ มีปืนเล็งมาทางเรา  คุณอยู่ในอ้อมแขนผมเต็มๆก่อนที่ผมจะรู้สึกถึงกระสุนที่เจาะทะลุหัวไหล่ มันเจ็บมากกว่าเดิมเป็นเท่าเมื่อแผลนั้นเกิดขึ้นข้างเดียวกับแผลเดิมจาก

จินอาที่ยังระบมไม่หาย

 

เสียงปืนเงียบลง ผมปล่อยคุณทันที และคุณดูตกใจมากกับเลือกของผมที่กระเด็นไปติดอยู่ข้างแก้มคุณ

 

“นาย...!!”

 

แล้วกระสุนนัดที่ 2 ก็ดังซ้ำ คุณหันไปมองตามในทันทีทันใด และเห็นว่าลีโซระนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า กระสุนถูกยิงมาจากกระบอกปืนสีเงินกระดับเพชรงดงามของพัคกาฮี

 

ผมยกมือขึ้นปิดตาคุณกะทันหัน ภาพศพที่โดนยิงตัดขั้วหัวใจ กับดวงตาที่เบิกค้างไม่ใช่ภาพที่น่ามองเท่าไหร่นัก

 

“นายท่านสั่งให้ฆ่าทุกคนที่หมายจะเอาชีวิตนายน้อย ตามบัญชาค่ะ” พูดจบ เธอก็โค้งตัวลง

 

“เรื่องเงินเรียกค่าไถ่ที่นายท่านสั่ง เงินจำนวนนั้นถูกฝากเข้าไปในบัญชีของลีจงอุน ซึ่งเป็นญาติกับคุณโซระค่ะ นอกจากนี้พวกฉันยังได้ข้อมูลจากสายในวงการว่า รายชื่อต่อไปที่เธอเล็งไว้อาจะเป็นคุณ”  จินอา และ รีเบคก้าก็เช่นกัน พวกเธอพูดจบ โค้งตัวลงและเดินจากไป

 

ปล่อยให้ผู้ชายร่างเล็กๆที่ดูแทบจะทำอะไรไมได้เลยจัดการกับศพที่นอนอยู่กลางบ้าน ไม่สนุกเลยสักนิดที่พื้นหินอ่อนคุณภาพสูงต้องมานองไปด้วยเลือดที่ทั้งเหม็นทั้งคาวแบบนี้

 

เพราะเห็นสีหน้าที่แย่ลงไปทันทีของพ่อ คุณจึงผละออกจากอ้อมกอดผม แล้ววิ่งไปหาเขา นายใหญ่ตระกูลคิมโอบแขนกอดลูกชายคนเดียวเอาไว้แน่น พร่ำคำขอโทษออกมาได้ไม่ขาด คุณเองก็ทำแบบเดียวกัน...

 

 

ที่นี่จึงไม่มีที่ของผมอีกต่อไป

 

ถึงแม้ไม่ได้พูดกับคุณต่อหน้าโดยตรง แต่ผมอยากบอกว่า...

 

 

ลาก่อนนครับ 

ได้เวลาตื่นจากฝันแล้ว...

 

 

,

 

 

ช่วงเวลา 1 อาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

 

ตอนนี้ในทีวีตรงหน้าของผมมีภาพข่าวการเผาศพ ลีโซระ คนรักผู้โด่งดังของเจ้าของกิจการที่ยิ่งใหญ่จนแทบจะควบคุมระบบเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ด้วยมือเดียว ทุกคนต่างโศกเศร้าเสียใจที่หญิงสาวที่ทั้งสวย อ่อนหวานแหละแสนดีคนนั้นกลับมาจากไปด้วยอุบัติเหตุ เธอมีปัญหาเรื่องความดันโลหิตอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว จนหน้ามืดก้าวพลาดตกลงมาจากบันได

 

แหม...ช่างน่าสงสารซะจริงๆ

 

ในภาพข่าวมีนายใหญ่ตระกูลคิมผู้โด่งดังเป็นภาพที่คุ้นตา แต่แปลกไปสักนิดที่ตอนนี้ข้างกายเขามีบุตรชายคนเดียวที่เกิดจากภรรยาคนแรกยืนอยู่ด้วย

อย่างที่ทุกคนรู้กัน ว่านายน้อยคิมแจจุงไม่ชอบที่จะต้องมาปรากฏตัวออกสื่อให้เห็นนัก

 

ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมานี้ เขาให้สัมภาษณ์และพูดคุยกับสื่อมวลชนผ่านช่องทางที่หลากหลาย...

ผมหันไปมองยังที่นั่งข้างๆตัว ไม่เหลือเค้าของคนที่นั่งกินเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตอยู่ข้างๆผมบนโซฟานี่สักนิด..

 

คุณตื่นจากฝันจนได้...

และเดินต่อไปในเส้นทางของคุณ

 

สุดท้ายผมก็ได้ส่งยิ้มบางๆไปให้คุณผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมของโทรทัศน์ที่ส่องสว่างอยู่นี่...

 

ก่อนจะกลับมาสนใจกับอาการปวดระบมบริเวณต้นแขนที่ร้าวมาจนถึงหัวไหล่ แล้วผมก็ได้แต่ถอนใจ....เปลี่ยนผ้าพันแผลคนเดียวนี่มันยากจริงๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ชินสักที

 

ระหว่างที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตายุ่งกับรอยแผลเย็บบนไหล่และต้นแขนที่เริ่มจะดีขึ้นมาบ้างแล้ว เสียงรถยนต์ที่จอดลงหน้าบ้านก็ทำให้ผมชะงัก ผมหันไปมอง และแปลกใจมากที่สุดกับภาพตรงหน้า

 

เป็นนายน้อยแจจุงแห่งตระกูลคิมที่ผมเพิ่งส่งยิ้มให้เขาฝ่ายเดียวอยู่เมื่อครู่นี้ และตอนนี้คุณยืนอยู่ตรงนั้น

 

คุณใส่สูทพอดีตัว และถูกตัดเย็บมาอย่างดี มันเข้ากับรูปร่างของคุณมากๆ

 

คุณเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้การ์ดตัวโตๆที่ยังคงรักษาท่าทางไร้สมองเอาไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลงเดินออกไปจากห้อง

 

แล้วคุณก็มาหยุดตรงหน้าผม ถึงภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงก็ตาม เมื่อเวลาผมมองไปในดวงตาคู่นั้น ผมก็ยังเห็นคุณคนเดิมอยู่นะครับ...

 

ผมยังเห็นคนที่บังคับให้ผมกินโกโก้ก่อนนอน ให้ผมกินเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต คนที่วิ่งเล่นกับเด็กๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ และตั้งหน้าตั้งตากวาดบ้านอย่างตั้งใจ

 

ผมยังมีโอกาสจะได้เจอเขาอีกใช่ไหม?

 

คุณทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าผม สายตาจับจ้องไปที่รอยแผลด้วยความตกใจ สักพักคุณก็ค่อยๆยกมือขึ้นมา จับผ้าพันแผลที่มันหลุดลุ่ยนั่นเอาไว้ แล้วเริ่มพันให้มันเข้าที่เข้าทางอย่างที่ควรจะเป็น

 

"เจ็บมากไหม?" เสียงของคุณเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ ระหว่างนั้นมือของคุณก็สัมผัสอยู่บนผ้าพันแผลไปด้วย สีหน้าของคุณบอกผม...ว่าคุณรู้สึกผิดเอามากๆ

 

"ไม่เท่าไหร่หรอกครับ...ไม่ต้องกังวล"

 

"...."

 

"ว่าแต่ คุณมาหาผมมีธุระอะไรหรอครับ?”

 

ได้ยินแบบนั้นคุณก็ยิ้มรับบางๆ แต่ยังไม่ตอบรับอะไรออกมา คุณเอื้อมมือไปหยิบที่กลัดผ้าพันแผลที่วางอยู่มาติดให้ผ้าพันแผลติดกันสนิท คุณดูความเรียบอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาผม

 

“ก็นายหายหน้าไปเลย อยู่ดีๆก็หายไป...ฉันก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการช่วยคุณพ่อ เมื่อเช้าฉันไปตามหานายที่บ้านหลังนั้น เฮ้อ~ ใครจะไปรู้ล่ะว่านายอยู่ที่นี้ ใกล้กันนิดเดียวเอง” นี่คุณไปตามหาผมถึงบ้านที่ต่างจังหวัดเลยหรอเนี่ย?

 

ใบหน้างอง้ำของคุณทำให้ผมยิ้มออกมา...

 

“แล้วตกลงมีธุระอะไรครับ?”

 

“ทำไม? ถ้าไม่มีธุระอะไรฉันจะมาเจอนายไมได้เลยหรอ?”

 

“ก็คุณ...”

 

“ฉันงอนนายอยู่แท้ๆ อยู่ดีๆก็หนีกันไปเฉยๆ ยังจะมาพูดจาไม่เข้าหูอีก!”

 

แล้วคุณก็หน้ามุ่ยเข้าไปใหญ่... คุณไม่ยอมสบตาผมเลยถึงแม้ผมจะมองตรงไปยังดวงตากลมสวยของคุณ คุณยู่ริมฝีปากเข้า และแก้มใสๆนั่นก็ป่องออกเหมือนแก้มเด็ก

 

“นายมันแย่ อยู่ดีๆก็ทิ้งกันซะอย่างนั้น! สุดท้ายเลยต้องมานั่งเจ็บแผลอยู่คนเดียวแบบนี้ไง สมน้ำหน้า!”

 

พอคุณพูดจบ ผมก็ยกมือไปกุมมือคุณเอาไว้ แก้มของคุณเรื่อสีแดง ตอนที่ผมจูบลงไปบนหลังมือขาวนวลเนียน แล้วไล้หัวแม่มือไปตามผิวนุ่มของนิ้วมือคุณ ผมมองสบตาคุณ มอบรอยยิ้มให้ แล้วคุณก็ตอบรับกลับมาด้วยใบหน้าที่ก้มงุดลง

 

“ผมรักคุณนะครับ...คุณเป็นเจ้าหญิงของผมเลย คุณเหมือนสิ่งบริสุทธิ์สวยงามหนึ่งเดียวที่มีในชีวิตของผม...ถ้าคุณเป็นสีขาว ผมก็เหมือนสีดำ เราสองคนตรงข้ามกันทุกอย่าง...” 

 

“....”

 

“ผมอยากให้เวลาไม่กี่วันที่เราได้อยู่ด้วยกันมันเป็นแค่การที่คุณนอนหลับ แล้วบังเอิญฝันไป ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้วครับ...คุณต้องตื่นแล้วนะ คุณต้องกลับไปใช้ชีวิตในโลกของคุณ แล้วผมก็จะกลับไปอยู่ในโลกของผมเหมือนเดิม เรา...”

 

ผมไม่ทันได้พูดต่อ คุณก็ขยับเข้ามาใกล้ แล้วโถมกอดผมเอาไว้ทั้งตัว น้ำหนักของคุณกดทับลงมาบนร่างกายผมพร้อมกับอ้อมกอดที่กระชับแน่นเข้า...

 

แล้วคุณก็พึมพำออกมาแผ่วเบา

 

“วันนี้ฉันออกไปตามหานายคนเดียว...ตอนเช้าฉันขับรถไปคนเดียว แล้วอยู่ดีๆก็มีรถที่ไหนไม่รู้มาสะกดรอยตามฉัน ฉันโทรบอกคุณพ่อและคุณพ่อก็ส่งการ์ดพวกนั้นมาตามประกบฉันไม่ห่าง...ทุกวันนี้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้ตลอดเลย มีแต่อันตราย มีแต่คนจับตามอง...”

 

“....”

 

“....ฉันกลัว”

 

น้ำเสียงของคุณสั่น... นั่นทำให้ผมกอดคุณแน่นเข้าไปอีก...

 

“ยุนโฮ...ยุนโฮของฉัน ไปด้วยกันได้ไหม ฉันอยากให้นายอยู่ข้างๆ และคอยปกป้องฉันตลอดเวลาเหมือนกับตอนนั้น ฉันอยากให้มันเป็นอย่างนั้นตลอดไป ได้ไหม?”

 

น้ำเสียงของคุณเว้าวอน คุณคลายอ้อมกอดออกมาสบตาผมตรงๆ และดวงตาคู่นั้นยังคงทำให้ผมเอ่ยคำปฏิเสธอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว...

 

“คุณพ่อบอกว่าฉันจำเป็นจะต้องมีบอดี้การ์ดที่คอยตามฉันไปทุกที... ฉันอยากให้นายเปลี่ยนจากการมีชีวิตเพื่อฆ่าใครก็ได้มาเป็นผู้ชายที่มีชีวิตเพื่อปกป้องฉันคนเดียว

 

“...”

 

“นายมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันได้ไหม? ให้เป็นนายที่คอยปกป้องฉันตลอดเวลาจะได้ไหม?”

 

“....”

 

“นะ...”

 

คำพูดของคุณเหมือนเวทย์มนต์ มีอำนาจควบคุมจิตใจผมยิ่งกว่าคำสารภาพรักคำไหนๆ มันทำให้ผมหัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผมรู้สึกมีความสุข...

 

ผมไม่ตอบอะไร แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ จูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากของคุณ และเมื่อผมผละจูบออกมา ผมเห็นรอยยิ้มบางเบาอยู่ตรงหน้า...

 

“ฉันจะคิดเอาเองว่านี่เป็นคำตอบตกลง...”

 

คุณยังดูไม่แน่ใจ...เลยถามซ้ำอีกครั้ง “ใช่ไหม?”

 

ผมยิ้มรับกับสายตาเว้าวอน... แล้วพูดออกมาเบาๆ ให้เราได้ยินกันแค่ 2 คน ถึงแม้ในที่ตรงนี้จะไม่มีใครอื่นอีก

 

“ผมไม่เคยปฏิเสธคุณได้อยู่แล้วนี่ครับ...”

 

แล้วผมก็ยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นมาประกบกันเอาไว้ และยื่นไปให้คุณกับรอยยิ้ม

 

“ผมยอมแพ้คุณแล้ว...จากนี้ไป ชีวิตผมเป็นของคุณแล้วนะครับ...”

 

คุณเลยรวบจับข้อมือของผมเอาไว้ด้วยมือทั้ง 2 ข้าง คุณยกตัวขึ้นเปลี่ยนเป็นจากนั่งทิ้งตัวอยู่บนโซฟามายืนด้วยหัวเข่า มันทำให้คุณอยู่ในจุดที่สูงกว่าผมซึ่งยังนั่งอยู่เหมือนเดิม คุณขยับมาข้างหน้า ใกล้ผมเข้ามา...และเป็นฝ่ายเข้ามาจูบผมก่อน  ระหว่างนั้น คุณปล่อยมือผมออก แล้วเปลี่ยนมาประคองใบหน้าของผมเอาไว้

 

ริมฝีปากเราดึงดูดเข้าหากัน จนกระทั่งลมหายใจของคุณหอบถี่ เราถึงได้ผละออกจากกัน เราแค่ผละจูบเท่านั้น แต่มือคุณยังคงสัมผัสอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของผม ปลายจมูกเราคลอเคลียกัน

 

และท่ามกลางเสียงหอบหายใจของคุณ ผมได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา...

 

“ถ้านายยกชีวิตให้ฉัน...งั้นเรามาแลกกัน...ฉันจะยกหัวใจทั้งหมดของฉัน ...ให้นาย”

 

 

 

Happy ending : )

 

 

 ---

 

 

จริงๆแต่งตอนนี้เอาไว้นานมากค่ะ

น่าจะก่อนช่วงคอน KMW อีกนะ :D แล้วก็ทิ้งฉากจบค้างเอาไว้ ไม่ได้แต่งต่อ 

เพราะแบบนั้น สุดท้ายก็เลยไมไ่ด้เอามาลงซักที 

ยังไงก็ตาม ฟิคคุณนักฆ่า ที่ ใช้เวลาในการแต่งนานมากกกกกกกกกกกก ทั้งๆที่มีแค่ 4 ตอนจบก็จบไปแล้วนะจ๊ะ!

ปูชอบฟิคเรื่องนี้จัง รักมากเลย ♥ เพราะเป็นฟิคในแบบที่ไม่ค่อยได้แต่งบ่อยๆเท่าไหร่...

ทุกคนจ๋า! -- ขอบคุณค่ะ!

 

 

 



edit @ 28 May 2012 20:19:26 by ,, P. h e r :: Z }